วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ตัวอย่างการเพิ่ม Module Check Leaves ใน Orange hrm

เริ่มจากการ Download file

จากนั้นทำการ Extract File ซึ่งจะได้ File ออกมา 3 file คือ

1. index.php

2. leaves.php

3. lang_default_full.php

จากนั้นทำการ copy file แล้วไปวางตาม Path นี้

index.php นำไปวางทับใน C:\Program Files\OrangeHRM\2.6.11\htdocs\orangehrm-2.6.1

leaves.php นำไปวางทับใน C:\Program Files\OrangeHRM\2.6.11\htdocs\orangehrm-2.6.1

lang_default_full.php นำไปวางทับใน C:\Program Files\OrangeHRM\2.6.11\htdocs\orangehrm-2.6.11\language\default

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการใช้งาน

เริ่มจากการ login ใน link 127.0.0.1/orangehrm-2.6.11/

ซึ่งพอเรา login เข้าไปแล้วนั้นจะอยู่ในหน้า Employee Information จากนั้นทำการคลิก add เพื่อทำการเพิ่มข้อมูล employee










จากนั้นทำการกรอกข้อมูลของ employee ลงไปแล้วทำการ save













เมื่อทำการ add employee เสร็จแล้วให้ไปที่ ADMIN > User > HR ADMIN USER เพื่อทำการเพิ่ม admin


ทำการกรอกรายละเอียดของ admin โดย Status เลือกให้เป็น Enable และ Employee ให้ใส่ชื่อ employee ที่เราได้กรอกเอาไว้ Admin User Group เลือกให้เป็น Admin แล้วทำการ save โดยในที่นี้จะหมายความว่าจะโชว์ employee ที่กรอกไปให้กับ admin user ที่มี status เป็น Enable


หลังจากทำการ save เสร็จแล้วก็ลองไปตรง Check Leaves ก็จะพบกับตารางการหยุดงานของ employee ที่เราได้ทำการ add ไว้



ซึ่งเราสามารถกำหนดวันหยุดงานได้โดยไปตั้งค่าใน LEAVES


วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

CRM คืออะไร ????


CRM คืออะไร ????

CRM นั้นย่อมาจาก Customer Relationship Management  แปลตรงตัวเลยก็คือ การจัดการด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า นั่นเอง เรียกได้ว่า CRM เนี้ย เป็นกลยุทธหนึ่งสำหรับผู้ขายสินค้า ในการที่จะทำยังไงก็ได้ในการ รักษาลูกค้าเก่าพร้อมทั้ง ดึงลูกค้าหน้าใหม่ๆ เข้ามาซื้อสินค้า

การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า คือ การที่เราจะให้บริการแก่ลูกค้าในลักษณะใด เพื่อที่จะให้ลูกค้าเราเกิดความสุข รู้สึกผูกพันธ์กับสิ้นค้าและบริการ เพื่อที่คราวหน้าลูกค้าจะได้กลับมาซื้อสินค้าของเราอีก โดยเราจะต้องมีการสังเกตุพฤษติกรรมของลูกค้าของเราทุกคนว่ามี บุคลิกนิสัยอย่างไรเพื่อที่จะได้ ให้บริการต่อลูกค้าแต่ละรายของเราได้อย่างเต็มที่ ลูกค้าของเราก็จะได้รับบริการอย่างเต็มที่ ^^


วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

vTiger

ขั้นตอนการติดตั้ง vTiger on CentOS 6

ติดตั้ง php apache mysql
yum -y install php-gd mysql-server mysql php-mysql php-mbstring php-imap mysql-server mysql httpd php httpd


start service mysql
service mysqld start


start service apache
service httpd start


ไปที่ document root ของ apache จากตัวอย่างคือ

cd /var/www/


ดึง file vTiger CRM จาก link

wget http://sourceforge.net/projects/vtigercrm/files/vtiger%20CRM%205.3.0/Core%20Product/vtigercrm-5.3.0.tar.gz/download


แตก tar ออกมา
tar zvfx vtigercrm-5.3.0.tar.gz


vi /etc/sysconfig/iptables เพื่อเปิด port ใน firewall (iptables)
-A INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 80 -j ACCEPT



จากนั้นเข้าไปที่ web browser url ของ folder ที่จะ install ลงไป
ex. หาก folder อยู่ที่ var/www/html/ 
ให้พิมพ์ 192.168.1.35/vtigercrm ซึ่ง 192.168.1.35 คือ ip ของ webserver หากเป็นเครื่องของตนเอง ให้ใช้ localhost/vtigercrm ก็จะขึ้นดังรูป





ให้คลิก install
 จากนั้น คลิก agree
เมื่อหน้านี้อย่าเพิ่งตกใจ มาดูกันว่ามันต้องการให้เราทำอะไรกันบ้าง
1.Recommended PHP Settings:
หมายความว่าเราต้อง config ค่า ใน php.ini ซึ่ง ตาม default หาก ติดตั้ง      แบบ yum package php.ini จะอยู่ที่ /etc ให้เรา vi /etc/php.ini เข้าไปแก้ได้เลย
               Directive หมาย คำสั่งที่เราจะแก้ใน config
               Recommended หมายถึง คำแนะนำของ vTiger ในการ set คำสั่ง
               PHP.ini value หมายถึง ค่าของคำสั่งในในปัจจุบัน

2.Read/Write Access
             หมายถึง permission ในการเข้าถึง file ซึ่งทาง Vtiger ต้องการใน set แบบ          read/write



              ใชโย เราทำตามที่ข้างบนบอกหมดแล้ว เราสามารถทำ step ถัดไปได้เลย โดยการ คลิก next 
ขั้นตอนนี้จะเป็นการ config ค่าต่างๆ ใน vtigerCRM ทั้งหมดซึ่งในแต่ละส่วนจะมีการอธิบายดังต่อไปนี้
 Database Information
              Database Type -ประเภท ของ database
                 Host Name       -database server
                 User Name       -user name ของ database
                 Password          -password ของ database
                 Database Name -ชื่อของ database ที่จะใช้ใน vtigerCRM
 Create Database (Will drop if the database exists)
       หาก trick ถูก ตัว vtigerCRM จะสร้าง database ให้(ในกรณีที่ไม่มี ชื่อ database ที่ต้องการใช้ใน vTiger)
         Root Username -คือ username ที่สามารถสร้างได้
         Root Password -คือ password ของ username ที่สามารถสร้างได้

CRM Configuration 
        -URL  -link ที่สามารถเข้าใช้ vtigerCRM ได้เมื่อป้อนลง URL
          -Currency Name -set สกุลเงินที่ต้องการแสดงใน vtigerCRM


User Configuration
         Username  -user name แรกที่จะเข้าใช้ vtigerCRM หากติดตั้งเสร็จ คือ admin นี่เอง
         Password   -password ของ admin
           Email         -email ของ admin
จากนั้นกด next
   เมื่อทุกอย่างผ่าน กด next ต่อไปได้เลย
หน้านี้จะเป็นการเพิ่ม module ของ ภาษา ถ้าได้แล้วกด next ไปต่อได้เลย
หากเป็นแบบ นี้คือ กำลังติดตั้งอยู่
หากถึงหน้านี้ ก็ ใชโย ได้เลย เพราะ เสร็จแล้ว
ไปต่อให้กด finish
หน้า login ของ vtigerCRM
หน้าแรกของ vtigerCRM

ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมแบบ Remote

ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมแบบ Remote
     หลังจากเราได้ลองเขียนโปรแกรม แปลง องศา ฟาเรนไฮต์ เป็น องศา เซลเซียส แบบ Local กันไปแล้ว คราวนี้ เราจะมาลองเขียนในแบบ ของ Remote บ้าง ดีกว่า ไปเริ่มกันเลย ...

Created Project
ขั้นแรก เราต้องทำการสร้าง Java Class ที่เราจะทำการ Remote กันเสียก่อน ดังนี้่

File => New Project..


             เลือก Java => Java Class Library จากนั้น คลิ๊ก Next


             ตั้งชื่อโปรเจก ในช่อง Project Name แล้ว คลิ๊ก Finish

           
 จากนั้น เมื่อเราทำการสร้าง Java Class เสร็จแล้ว ต่อไปเราจะมาสร้าง Enterprise Application กัน

ขั้นที่สอง สร้าง Enterprise Application

ให้ New Project ขึ้นมาให้ จากนั้นเลือก Java EE => Enterprise Application => Next



 ตั้งชื่อ Enterprise Application ของเราในช่อง Project Name => Next

เลือก Server ที่เราจะใช้ ในที่นี้ให้เลือก GlassFish Server => Finish


ขั้นที่สาม เราจะทำการสร้าง Session Bean กัน คลิ๊กขวาดังภาพ แล้วไปเลือก Session Bean



จากนั้นก็ทำการตั้งชื่อ EJB Name แล้วก็ชื่อ Package แล้วก็ติกเลือก Remote Bean แล้วเลือก Java Project ที่เราได้สร้างไว้ในขั้นตอน แรก => Finish

คลิ๊กขวาแล้วเลือก Insert Code ดังภาพ


คลิ๊กเลือก Add Business Method เพื่อนสร้าง Method



ตั้งชื่อ Method ในช่อง Name ส่วน Return Type ให้ใช้เป็น Double แล้ว Add Parameters เข้าไปหนึ่งตัว เพื่อรับ องศา => Ok

จะได้ Code สำเร็จรูป หน้าตาแบบนี้
ให้แก้ไขเป็น แบบนี้


ขั้นที่ 4 ทำการสร้าง servlet 
คลิ๊กขวาดังภาพ New => Servlet


จากนั้นก็ทำการตั้งชื่อ Servelet และ Package => Next



 ติ๊กเลือก Add information to Deploy...... => Finish

คลิ๊กขวา ดังภาพ แล้วเลือก Insert Code

เลือกที่ Call Enterprise Bean

เลือก Enterprise Bean ที่เราสร้างขึ้น ในที่นี้เลือก DtoCRemoteBean => OK


 จากนั้นให้ทำการต่อเติม Code ดังภาพ
ขั้นสุดท้าย ให้เราเลือกที่ File index.jsp ใน Project แล้ว แก้ไข Code ให้เป็นดังภาพ <Code นี้เป็นการ สร้าง Form กรอก ข้อมูล >


RunProject 

จะปรากฎ Form มาให้กรอก องศาแบบ Fahrenheit ขึ้นมา เราลองใส่ดู แล้ว กด Submit

จากนั้นปรากฎผลลัพธ์ ดังภาพ


เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับ การเขียนโปรแกรมง่ายๆ แบบ Remote Session Bean หวังว่าทุกคน คงทำตามกันได้นะครับ ^__^

         





วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

OrangeHRM Installation

หลังจากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับ OrangeHRM ไปแล้ว 
มาในครั้งนี้ขอนำเสนอวิธีการติดตั้ง OrangeHRM ครับ


ซึ่งวิธีการติดตั้ง OrangeHRM มีอยู่ 2 ลักษณะด้วยกัน
1. ติดตั้งผ่านไฟล์นามสกุล .exe
2. ติดตั้งทาง Web Application 


ซึ่งตรงส่วนนี้ก็ต้องเลือกเอาตามความเหมาะสมของการใช้งาน
สำหรับบทความนี้จะแนะนำการติดตั้งแบบที่ 1 ครับ
  1. เริ่มจากเข้าไปที่ OrangeHRM Website
  2. จะมี Pop-up ขึ้นมา ให้เลือก Free Open Source Solution
  3. ให้เลือก Tab ด้านบนที่คำว่า Download  ครับ
  4. จะพบหน้าต่างดังนี้นะครับ  ให้เลือกที่ EXE for Windows ครับ 
   
     5.  หลังจากนั้นจะมี Pop-up ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง  ให้กด skip ไปเลย   
         ครับ
    6.  พอมาถึงขั้นตอนนี้ ให้คลิ๊กที่สีเหลืองตามรูป จะพบว่ามี Pop-up 
         ขึ้นมา ให้ใส่ชื่อ นามสกุล E-mail และประเทศลงไปหลังจากนั้น 
         รอสักครู่ จะเริ่มทำการ Download  ครับ


    7.  เมื่อดาวน์โหลดโหลดมาเรียบร้อยแล้วให้ Run file ที่ได้เลยครับ 
        ไฟล์ชื่อว่า orangehrm-2.6.11 ตามเวอร์ชั่นนะครับ
    8.  เมื่อรันไฟล์แล้วอาจพบว่ามี Pop-up ขึ้นมาดังนี้


            เมื่อมีการแจ้งเตือนขึ้นมาแบบนี้ แสดงว่าเครื่องของคุณได้ติดตั้ง 
         Apache และ MySQL แล้ว  ต้องทำการ stop service ของทั้งสอง
         ตัวก่อนครับ  จากนั้นลองรันไฟล์อีกครั้ง คราวนี้ผ่านสบายครับ


    9.  กด next เลยครับ


    10.  กด I Agree ไปครับ


    11.  หน้านี้จะเป็นการแสดงคอมโพเนนท์ต่างๆ ที่จะติดตั้งลงไปนะครับ  ให้กด Next ได้เลยครับ


    12.  หน้านี้เป็นการกำหนด Username และ Password ของผู้ดูแลระบบ  โดยรหัสผ่านต้องมีอย่างน้อย 5 ตัวขึ้นไปนะครับ เป็นตัวเลขหรือตัวอักษรก็ได้  จากนั้นกด Next เลยครับ


    13.  หน้านี้จะแสดง Directory ที่จะติดตั้งโปรแกรมลงไป ถ้าไม่ต้องการเปลี่ยน กด Install เพื่อติดตั้งเลยครับ  แล้วก็รอจนติดตั้งเสร็จ

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ OrangeHRM มาใช้แล้วครับ....